คุโรซึมิ โอโรจิ โชกุนผู้โง่เขลาแห่งดินแดนวาโนะ

คุโรซึมิ โอโรจิ โชกุนผู้โง่เขลาแห่งดินแดนวาโนะ

“ข้ารู้แค่ว่า มีคนโง่ขึ้นปกครองวาโนะคุนิแล้วเปลี่ยนแผ่นดินให้กลายเป็นนรก” – โคสึกิ โอเด้ง กล่าวถึง โอโรจิ คุโรซึมิ จากวันพีซตอนที่ 968

ถ้าพูดถึงตัวละครที่ได้รับความเกลียดชังจากแฟน ๆ มังงะเรื่อง One Piece (วัน พีซ) อันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้นกลุ่มคนจากเผ่ามังกรฟ้า บางคนเกลียดกองทัพเรือ เกลียดรัฐบาลโลก เกลียดโจรสลัดชั่วที่รังแกประชาชน แต่ตัวละครจากเรื่องวันพีซที่เราจะพูดถึงไม่ใช่ทั้งเผ่ามังกรฟ้าหรือกองทัพเรือ แต่เป็น โชกุนคุโรซึมิ โอโรจิ (Kurozumi Orochi) ผู้นำคนปัจจุบันจากประเทศวาโนะ แม้เพิ่งปรากฏตัวในมังงะไม่กี่เล่มก็ได้รับความเกลียดชังจากผู้อ่านไปไม่น้อยกว่าเผ่ามังกรฟ้า

‘วาโนะคุนิ’ หรือ ประเทศวาโนะ อาณาจักรลึกลับแยกตัวอย่างโดดเดี่ยวและไม่เข้าร่วมกับรัฐบาลโลก อาจารย์เออิจิโระ โอดะ (Eiichiro Oda) ผู้แต่ง ได้นำวิถีชีวิตและสังคมของญี่ปุ่นโบราณมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านทั่วโลกได้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านดินแดนแห่งนี้ มีซามูไร เกอิชา นินจา ซูโม่ หรือแม้กระทั่งระบบของสาวงามเมือง มีระบบการสอบสวน การพิพากษาเหมือนภาพยนตร์ระดับตำนานเรื่องราโชมอน (Rashomon) ของยอดผู้กำกับ คุโรซาวะ อากิระ (Kurosawa Akira) ทุกอย่างเหมือนกับญี่ปุ่นสมัยก่อน และระบบการปกครองทั้งหมดของวาโนะเวลานี้อยู่ในมือของโชกุนคุโรซึมิ โอโรจิ

ประมาณ 20 ปีก่อน ประเทศวาโนะมีเสถียรภาพทางการเมือง สงบสุข ไร้สงคราม ไร้การรุกรานจากภายนอก ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลโคสึกิ พวกเขาสร้างพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่เพื่อแจกจ่ายเสบียงให้ชาวบ้าน แม้ไม่มีการค้ากับต่างประเทศ แต่วาโนะอยู่ได้ด้วยตัวเอง จนกระทั่ง ไดเมียวยาสึอิเอะ (Yasuie) สหายของ โชกุนโคสึกิ สุกิยากิ (Kozuki Sukiyaki) รับเด็กกำพร้านามว่า คุโรซึมิ โอโรจิ มาเลี้ยงไว้ใกล้ตัว 

ข้ารับใช้โอโรจิมีนิสัยชอบขโมยเงิน และป้ายสีว่าเป็นฝีมือของ โคสึกิ โอเด้ง (Kozuki Oden) ลูกชายเพียงคนเดียวของโชกุนโคสึกิ ช่วงเวลาที่ทายาทของผู้นำประเทศออกไปผจญภัยต่างแดนเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ โชกุนโคสึกิเกิดล้มป่วยกะทันหัน ทำให้ข้าหลวงตัดสินใจเลือกโอโรจิคนรับใช้ที่อ้างตัวว่าเป็น “น้องชายคนสนิทของโอเด้ง” ขึ้นมารับช่วงต่อระหว่างที่โอเด้งไม่อยู่

เมื่อโอโรจิขึ้นรักษาการแทน เขาเผยตัวว่าเป็นคนของตระกูลคุโรซึมิ เด็กชายกำพร้าที่โดนคนใกล้ชิดเสี้ยมสอนว่าคุโรซึมิเคยเป็นตระกูลใหญ่ ปู่ของโอโรจิวางแผนลอบสังหารครอบครัวการเมืองใหญ่อื่น ๆ ด้วยยาพิษ และเข้าใกล้ตำแหน่งโชกุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งแผนการล้มไม่เป็นท่า เมื่อตระกูลโคสึกิให้กำเนิดทายาทนามว่าสุกิยากิ ไม่รู้ว่าเด็กทารกส่งผลต่อแผนการได้อย่างไร สุดท้ายแล้วจุดจบของคนมุ่งหวังสู่อำนาจด้วยวิธีสกปรกต้องคว้านท้องตัวเองตาย ตระกูลคุโรสึมิถูกสั่งยุบ ที่ดิน ปราสาท อำนาจ และเงินทองถูกยึดเข้าคลังหลวง จากตระกูลยิ่งใหญ่กลายเป็นพวกทรยศ คนสนิทได้ฝังชุดความคิดในหัวของโอโรจิว่า ถ้าไม่มีสุกิยากิป่านนี้เขาคงได้เป็นโชกุนไปแล้ว

สาเหตุที่ก่อนหน้านี้โอโรจิขโมยเงินไดเมียวและยืมเงินโอเด้งอยู่บ่อย ๆ เพราะจะนำเงินไปซื้ออาวุธ ซ่องสุมกองกำลังพล หาคนหนุนหลังเตรียมคิดทำการใหญ่ ต่อหน้าคนอื่นโอโรจิเป็นชายน่าสงสาร แต่ลับหลังวางแผนให้คนสนิทใช้พลังผลปีศาจปลอมตัวเป็นโชกุนสุกิยากิ เพื่อกล่าวฝากฝังประเทศไว้กับโอโรจิก่อนสิ้นใจ

โอโรจิวางแผนไว้อย่างรัดกุม หลังจากโอเด้งผู้เป็นทายาทแท้จริงกลับจากการผจญภัย โอโรจิสร้างข้อตกลงบางอย่างทำให้โอเด้งยอมทำตัวโง่เง่า เช่น การแก้ผ้าแล้วรำรอบปราสาท ท่ามกลางความสับสนของประชาชน ทนฟังเสียงหัวเราะเยาะของขุนนางชั่วและโจรสลัด โอเด้งออกมาเต้นระบำน่ารังเกียจสัปดาห์ละครั้งนานถึง 5 ปี จากแรกเริ่มที่เป็นแสงแห่งความหวัง เวลานี้โอเด้งในสายตาของประชาชนชาววาโนะเป็นเพียงแค่ “ขุนนางปัญญาอ่อน”

เมื่อขึ้นมามีอำนาจ โอโรจิปล่อยให้ประชาชนมีชีวิตลำบากเพราะอยากแก้แค้นให้กับตระกูลที่ถูกสังคมประณาม เขาอยากให้ทุกคนในประเทศวาโนะได้รับโทษ และลักพาตัวประชาชนจำนวนมากไปเป็นเครื่องบรรณาการให้ไคโด เอาไปทดลองผลปีศาจเทียม บ้างก็ลือกันว่าพวกโจนสลัดเอาคนไปสังหารและทรมานเพื่อความสนุก โอโรจิทำข้อตกลงกับโอเด้งว่า ตนต้องลักพาตัวชาวบ้านไปให้ไคโดไม่อย่างนั้นวาโนะจะโดนโจมตี แต่ถ้าโอเด้งออกไปเต้นระบำเปลื้องผ้าหนึ่งครั้ง โจรสลัดจะปล่อยชาวบ้าน 100 คน โอเด้งเชื่อคำของโอโรจิ ยอมทำตัวปัญญาอ่อนนาน 5 ปี เพื่อช่วยชีวิตคนนับพัน  

โอโรจิ

หลังโดนประชาชนแสดงท่าทีรังเกียจมา 5 ปี เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก โอโรจิร่วมมือกับไคโดตั้งแต่แรก เป็นคนเปิดประตูเมืองยอมให้โจรสลัดเข้ามาตั้งโรงงาน เปลี่ยนเมืองสงบสุขให้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมผลิตอาวุธส่งขายนอกประเทศ เมื่อรู้ว่าถูกหักหลัง โอเด้งตัดสินใจนำพรรคพวกอีก 9 คน ต่อสู้กับไคโด ผลคือแพ้ราบคาบ ถูกจับและตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารโชกุน เตรียมถูกประหารชีวิตด้วยการต้มทั้งเป็นต่อหน้าสาธารณชน

หลังการเปลี่ยนอำนาจ ซามูไรกับข้าหลวงจำนวนมากที่ไม่ยอมรับการขึ้นมามีอำนาจของโชกุนโอโรจิ หยิบดาบขึ้นมาต่อสู้พร้อมทำการปฏิวัติ แต่พวกซามูไรกลับพ่ายแพ้ด้วยฝีมือของไคโด คนที่รอดตายต่างหนีเข้าป่า ซามูไรผู้มีเกียรติกลายเป็นโรนิน เปลี่ยนเป็นโจรคอยดักปล้นเสบียงของหลวง ประเทศเข้าสู่ยุคล่มสลายอย่างแท้จริง เมื่อผู้นำร่วมมือกับโจรเพื่อก้าวสู่อำนาจโดยไม่สนใจเสียงของประชาชน

วันพีซตอนที่ 919 เราจะเห็นการเรียนการสอนในนครหลวงถูกปฏิรูป บิดเบือนความจริงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้โชกุนโอโรจิที่ขึ้นมามีอำนาจจากการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์ ยัดเยียดบทเรียนให้เด็ก ๆ ว่าการปิดประเทศทำเพื่อป้องกันผู้คน หากเปิดประเทศ คนชั่วร้ายจากด้านนอกจะเข้ามาทำชั่ว พวกโง่เขลาพยายามเปิดประเทศคือตระกูลโคสึกิกับพรรคพวก ส่วนวีรบุรุษผู้จัดการคนชั่วคือโชกุนโอโรจิ รวมถึงสั่งห้ามไม่ให้ผู้คนพกอาวุธ ยกเว้นซามูไร แม้แต่สำนักเคนโด้ที่ต้องใช้ดาบฝึกวิชาก็มีดาบไม่ได้ เพราะโชกุนโอโรจิต้องทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครคิดกบฏ ถึงแม้มีคนต่อต้านพวกนั้นก็ไม่มีอาวุธมาสู้กับอำนาจของตัวเองกับไคโด

วาโนะวันนี้ไม่เหมือนวาโนะเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คนที่มีส่วนช่วยเพิ่มอำนาจและเงินในกระเป๋าแก่โชกุนเท่านั้นถึงจะมีสิทธิอยู่ในนครบุปผาที่เป็นเมืองหลวง หลายคนเป็นข้าราชการชั่ว เช่น บุงโก เขาเป็นข้าราชการที่ชอบการจุดไฟเผาบ้านของประชาชนเพื่อความสนุก แต่กลับไม่ถูกทำโทษเพราะติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง นอกจากนี้ เขายังมีคนร่วมมือด้วยหลายฝ่าย ทั้งพ่อค้าไม้ที่ได้กำไรจากการขายไม้ เพราะชาวบ้านต้องนำเงินมาซื้อไม้สร้างบ้าน หรือนักบวชที่ใช้ประโยชน์จากความโศกเศร้าของคนตายในกองเพลิง ขูดรีดขูดเนื้อค่าใช้จ่ายเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนา นครหลวงจึงมีคนหลากหลายอาชีพอาศัยอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ในเมืองหลวงต่างเป็นคนชั่วที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

เหล่าข้าราชการส่วนใหญ่ของประเทศวาโนะเป็นพวกไร้ฝีมือแต่กดขี่ประชาชน ผู้คนไม่สามารถต่อต้านขุนนางชั่วเพราะกลัวตาย หากใครเอ่ยถึงโชกุนโอโรจิในทางไม่ดีจะถูกฆ่า เพราะผู้รับใช้จำนวนมากจะแทรกซึมอยู่ทั่วทุกแคว้น คอยสอดส่องมองหาคนต่อต้านและกำจัดให้สิ้นซาก

นอกจากนี้ ระบบสังคมยังถูกแบ่งเป็นชนชั้น หากคนชนชั้นสูงกว่าหมายตาคนชนชั้นต่ำกว่า พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ จะเผาบ้าน สังหารครอบครัวเพื่อให้หญิงที่หมายตาไม่มีบ้านให้กลับ ฉุดกระชากลากถูบังคับให้เธอมาอยู่ด้วยแม้ไม่เต็มใจ เพราะลำดับชั้นทางสังคมเอื้อให้คนที่เกิดมาในชนชั้นสูงกว่าสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจ ขอเพียงอย่างเดียวคือมอบความซื่อสัตย์และผลประโยชน์บางอย่างให้โชกุนเป็นพอ

ถัดจากเมืองหลวงบุปผาคือ เมืองโอโบเระ และ เมืองเอบิสึ ที่ถูกละเลยจากรัฐบาล ผู้ชายหลายคนทำงานรับจ้างเป็นแรงงานเก็บผลผลิต สร้างบ้าน สร้างอาวุธ เป็นขี้ข้าทำงานหนักแลกกับเศษเงิน ทั้งสองเมืองนี้ถูกเรียกว่าดินแดนของเหลือ ประชาชนในย่านนี้ถูกจัดให้เป็นชนชั้นล่างของสังคม ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองหลวงและเมืองข้าราชการ ประชาชนดำรงชีพด้วยของเหลือที่คนในนครหลวงไม่กินแล้ว ชาวบ้านจะซื้อของเหลือใกล้เน่ามาปรุงอาหาร แต่ละวันถูกใช้ไปกับการคิดว่าทำอย่างไรไม่ให้อดตาย ไม่มีโอกาสถีบตัวเองขึ้นไปสู่สังคมที่ดีกว่า

สภาพความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ต้องอาศัยของเหลือจากชนชั้นสูง ประชาชนอดอยากแทบไม่มีกิน น้ำเปล่าสะอาดสักแก้วยังไม่มีให้ดื่ม ต้องดื่มน้ำปนเปื้อนจากแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากโรงงานของไคโด สัตว์ป่าดื่มน้ำสกปรกทำให้เนื้อเป็นพิษ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถล่าสัตว์เพื่อประกอบอาหารได้ ฟาร์มที่เคยแจกจ่ายอาหารให้ประชาชน ถูกโชกุนโอโรจิยึดเป็นฟาร์มส่วนตัวไว้ผลิตอาหารให้พรรคพวกตัวเอง ประชาชนชาววาโนะถูกหล่อหลอมให้รู้สึกเจียมตัว ยอมอยู่ในพื้นที่ที่ถูกขีดไว้ ส่วนโชกุนกลับเสวยสุขอยู่ท่ามกลางอาหารรสเลิศ สุราและนารี

“วาโนะของข้าพอเพียงพึ่งพาตัวเองได้ มองดูรอบ ๆ สิ ผู้คนมีความสุขกันไม่ใช่รึไง ?” – โชกุนโอโรจิ จากวันพีซตอนที่ 929

โอโรจิ

การทุกข์ทรมานนานกว่า 20 ปี บั่นทอนแรงใจและอุดมการณ์ของผู้คน ไม่มีใครอยากหาเรื่องให้ตัวเองเพราะการตายอย่างสูญเปล่าของคนที่ลุกขึ้นสู้คือภาพตัวอย่างที่ชัดเจน พวกเขารู้ว่าสู้อย่างไรก็ไม่มีวันชนะโชกุนโอโรจิกับไคโด แม้ผู้คนได้ข่าวลือเรื่องคลื่นลูกใหม่ที่เป็นความหวังแห่งการปฏิวัติ ได้ยินเรื่องการกลับมาของเก้าปลอกดาบแดงที่ร่วมเป็นร่วมตายกับโอเด้ง แต่เวลา 20 ปี ยาวนานเกินไปสำหรับการรอคอย ไม่มีใครอยากจะลุกขึ้นสู้อีกต่อไปแล้ว การกดขี่อย่างยาวนานของโชกุนโอโรจิสามารถสร้างบาดแผลและความรู้สึกหวาดกลัวจนน่าสลดใจ

ลูฟี่กับพรรคพวกคือตัวละครหลักของเรื่อง พวกเขาจับพลัดจับผลูพบกับลูกชายและกลุ่มผู้ติดตามของโอเด้งที่รอดจากการถูกต้มเมื่อ 20 ปีก่อน ลูฟี่ให้คำมั่นว่าจะช่วยทำให้ประเทศวาโนะดีขึ้น ต่อสู้กับไคโด พูดกับชาวบ้านที่หมดหวังอย่างจริงใจ ให้ทุกคนตระหนักว่าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ใช่ชีวิตปกติ การทำตามคำสั่งแล้วได้รางวัลเป็นเศษเงินหรือดังโงะหนึ่งก้อนไม่ใช่เรื่องปกติ ชีวิตประจำวันของชาววาโนะต้องไม่ใช่การอดอยากยอมดื่มน้ำปนเปื้อนสารพิษ และชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้ของทุกคนไม่ต่างอะไรกับทาส

กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางจะออกจากเกาะนี้ไป ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าทุก ๆ วันผู้คนต้องอิ่มท้อง และไคโดกับโชกุนโอโรจิที่ทำให้ประเทศไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ต้องถูกโค่นล้มจนสิ้นซาก

การต่อสู้อันเข้มข้นของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ประชาชนชาววาโนะ โชกุนทรราช และกลุ่มโจรสลัดไคโดยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในตอนนี้บทสรุปของประเทศวาโนะยังไม่ถูกเปิดเผย นักอ่านทั้งหลายต่างเฝ้ารอดูจุดจบของโชกุนโอโรจิว่าเขาจะถูกจับ โดนจองจำ โดนรุมประชาทัณฑ์ หรือตายจากสงคราม  slotxo สล็อต ออนไลน์ EPIC WIN

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *